คินกับเป้

posted on 30 Jul 2008 22:02 by skysonatapjj

 

 

ตอนพิเศษของคู่นี้  หลายคนบอกว่าอิป้าเขียนได้น้ำเน่าเหลือหลาย  5555   ก็ตั้งใจให้มันเน่าจริงๆอ่ะแหละ  อยากให้เน่าแบบขำๆ ฮาๆปนเสี่ยว   แต่ไปๆมาๆไหงมันเน่าสนิทเยี่ยงนี้ก็ไม่รุ   555 

 

 

 -------------------------

 

 

เสียงโทรศัพท์ของไอ้เดรดร็อคดังขึ้นหลายรอบจนน่าหงุดหงิด  จะโทรมาทำไมนักหนาเนี่ย  ไอ้คินบ่นอุบ  ก่อนจะคุ้ยอุปกรณ์สื่อสารรุ่นเก๋ากึ๊กที่โดนเจ้าของทอดทิ้งให้เดียวดายอยู่ใต้กองหนังสือวาบหวิวพวกเอฟเอ็ชเอม  แม๊กซิม อะไรทำนองนั้นขึ้นมาดูเบอร์ที่ขึ้นโชว์หน้าจอ   ไม่ได้เมมชื่อไว้เสียด้วย   หรือจะมีเรื่องอะไรด่วน   คิดแล้วก็เดินไปหาไอ้เจ้าของโทรศัพท์ที่ไปสิงอยู่ห้องไอ้คุณนิคตั้งแต่บ่ายแล้ว

 

 

“เป้   มีคนโทรหาหลายสิบสายแล้วเนี่ย” 

 

 

เคาะประตูห้อง  แล้วโผล่หน้าเข้าไปเรียกไอ้เป้ที่กำลังเพลินอยู่กับโมเดลรถบ้าบออะไรไม่รู้ของมันที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อเช้า   ก่อนจะกลับมานั่งสุมหัวไม่สนโลกอยู่กับไอ้คุณนิคได้เป็นวันๆ   ไอ้เป้ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง   มันทำเสียงเล็กเสียงน้อยคล้ายจะรำคาญนิดๆ   ตาก็จ้องอยู่แต่ชิ้นส่วนในมือไม่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว    ส่วนไอ้คุณนิครายนี้ก็กำลังใช้สมาธิอย่างหนักในการเพ่งกระแสจิตประกอบชิ้นส่วนอะไรไม่รู้เข้าด้วยกัน   

 

 

“ก็รับให้หน่อยสิครับ   ผมกับไอ้คุณนิคกำลังยุ่งๆอยู่   คุณก็อย่าเพิ่งขัดสิครับ”   

 

 

ธุรกิจพันล้านจริงๆ นะพวกมรึง   ให้มันได้อย่างนี้สิ

 

 

“อย่างนี้ทุกทีเลย”

 

 

บ่นอะไรต่ออีกเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนจะกดรับโทรศัพท์    คินอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงหวานจ๋อย   ที่สำคัญ  บทสนทนาของสาวเสียงหวานที่ฝากบอกข้อความไปถึงไอ้เป้นั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์ในระดับไหนกับเจ้าของโทรศัพท์


 

 

ใจเย็นก่อนไอ้คิน  ความจริงอาจจะไม่ได้มีอะไรอย่างที่มรึงคิดก็ได้  พยายามปลอบใจตัวเองอย่างนี้หลังจากที่กดตัดสายไปทั้งๆที่ในใจเริ่มร้อนรน   กลุ้มใจมากเข้าก็พาลนอนไม่หลับ   ทั้งที่ก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์อะไรจะไปหึงไอ้เป้ได้    หลบไปนั่งซึม  ถอนใจเฮือกๆอยู่คนเดียว   เสียงไอ้คุณนิคที่เคยล้อไอ้โก้ก็ดังขึ้นในความคิดอีก   รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง  น้ำท่วมไม่ถึงแห้งตายแหง๋แก๋    เฮ้อ..... แสลงใจจริงๆ   

 

 

“มานั่งทำไรมืดๆตรงนี้คนเดียววะคิน  กุนึกว่าผีหลอกซะแล้ว  ฮูย ขวัญเอ้ยขวัญมา ไอ้แม็ค” 

 

 

ไอ้แม็คที่เดินฮัมเพลงเข้ามาในบ้านชะงักกึก  แล้วลูบอกปลอบใจตัวเองเป็นการใหญ่  เมื่อเปิดไฟแล้วเห็นว่าไอ้เงามืดตะคุ่มๆที่นั่งจุมปุกอยู่ที่เก้าอี้ไม่ใช่สิ่งลึกลับอย่างที่คิด

 

 

“มีผู้หญิงโทรหาเป้  บอกว่าอย่าลืมไปเอาของที่ลืมไว้ที่ห้องเขาด้วย   มันหมายความว่ายังไงวะแม็ค  กุควรจะตัดใจดีมั้ย”

 

 

ไอ้คินเสียงซึม  โรคคิดมากของมันนี่รักษาไม่หายเสียที   เทียบกับไอ้คุณนิคแล้ว  รายนั้นแทบจะไม่คิดอะไรเลยแต่มันเล่นลุยเข้าชนเป็นวัวบ้ากระทิงเปลี่ยวอย่างเดียวเท่านั้น   ไอ้แม็คฟังแล้วก็นิ่วหน้านิดๆ

 

 

“ปัญหาจริงๆ  คือมรึงไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ต่างหาก   แล้วถ้ามรึงยังไม่ยอมบอก  มรึงก็ต้องกลุ้มอยู่ต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆนั่นแหละ   แล้วที่ถามว่าควรตัดใจหรือเปล่า   กุตอบไม่ได้หรอก  มรึงคนเดียวเท่านั้นที่จะตอบตัวเองได้”

 

 

ไอ้แม็คปลดกระเป๋าออกจากไหล่    ทรุดตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนหน้าหวาน   แล้วเทศนาให้มันเกิดหนทางสว่าง  

 

 

“ไม่ใช่กุไม่อยากบอก  แต่ที่กุไม่บอกเพราะกุไม่แน่ใจ  บางครั้งกุรู้สึกว่ามันก็รักกุเหมือนกัน   แต่บางครั้งก็เหมือนกับว่ามันไม่ได้คิดอะไรเกินเพื่อนธรรมดา   กุเลยไม่กล้าบอก  กุไม่แน่ใจ....” 

 

 

“พอๆๆ  โอเค  กุเข้าใจ  มันไม่ใช่เรื่องที่จะบอกกันได้ง่ายๆเหมือนบอกให้เด็กแถวบ้านไปซื้อโอเลี้ยง  โอยั๊วะมาให้   งั้นเอาอย่างนี้  ก่อนจะบอกไป  เราก็ต้องหยั่งเชิงมันดูก่อนสิ”

 

 

“มันจะได้ผลเหรอวะ”

 

 

ไอ้แม็คไม่ตอบ  แต่ทำหน้าเจ้าเล่ห์  ลูบคางเบาๆ แล้วทำสายตามีเลศนัย  บุ้ยใบ้ไปทางเสียงโครมครามที่ดังมาจากชั้นสอง  ตามด้วยร่างสูงๆของทั้งไอ้คุณนิคกับไอ้เป้ทำสงครามน้ำลาย  เดินลงบันไดมาด้วยกัน

 

 

“ปูเป้   ทำไม  ปูเป้คิดไรเชี้ยๆ อย่างนี้ล่ะจ๊ะ  เพื่อนมรึงยืนหน้าตาดีมีสกุลรุนชาติอยู่นี่ทั้งคน  ทำไมมรึงถึงมองข้ามไปได้”

 

 

“ไม่ๆๆๆ  กุจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด  ขืนพามรึงไปด้วย  มรึงก็ไปหมาใส่น้องเขาให้ไก่ตื่นหมดสิวะ”

 

 

แล้วก็หนีไม่พ้นเรื่องเฮฮาหน้าหม้อของไอ้ปากหมากับไอ้เดรดร๊อค   เรื่องของเรื่องคือไอ้เป้มันไปจีบสาวต่างสถาบันไว้แล้วมีนัดเดทกัน    เผอิญสาวเจ้าไม่รู้ไปโดนใครไซโคเรื่องความเจ้าชู้ของไอ้เป้มา  เลยเกิดป๊อด  ไม่ไว้ใจหนุ่มเดรดร๊อคคู่เดท บอกว่าจะพาเพื่อนไปด้วยอีกสองสามคน   ทีนี้ไอ้เป้เลยเซ็งจิต   ต้องแก้เกมด้วยการหาพวกไปด้วยบ้าง   เพื่อจัดการแยกเพื่อนของฝ่ายหญิงออก  ไม่ให้มาขัดขวางการเดทของมัน

 

 

“ไอ้แม็ค  มรึงไปกับกุมั้ย  ไปจัดการกขค.ให้กุหน่อย”  ไอ้เป้หันมาขอร้องเชฟแม็ค

 

 

“สบายมาก  ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” 

 

 

เชฟแม็คที่ปิ๊งไอเดียบางอย่าง   เห็นเป็นโอกาสอันดี   เลยตอบรับไอ้เป้ไปแบบไม่ต้องคิดมาก  

 

 

ปล่อยให้ไอ้สองตัวนิคเป้มันก็เดินทะเลาะกันเอะอะเข้าไปในครัว   เพราะไอ้เป้เอาแต่นั่งยันนอนยันเสียงแข็งว่ายังไงก็จะไม่ให้เพื่อนปากหมาไปด้วยเด็ดขาด   นั่นไงๆ เสียงโครมครามดังมาเป็นระยะๆแล้ว ท่าทางการใช้วิธีเจรจาขอไปร่วมทริปเดทด้วยคำพูดดีๆ ? จะไม่เป็นผล  ไอ้คุณนิคมันเลยเปลี่ยนมาใช้กำลังเจรจาแทน  


 

 

ตกเย็นวันเสาร์  ไอ้เป้ก็แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างที่มันเห็นว่ากุหล่อสุดๆแล้วเดินลงมาจากห้อง  พอมันเห็นว่านอกจากไอ้เชฟแม็คแล้ว   ยังมีคนหน้าหวานนั่งรออยู่ด้วยในชุดที่พร้อมจะออกไปข้างนอกด้วยกัน  อารมณ์ดีๆ ที่จะได้ออกเดทก็เปลี่ยนไปทันที    ไอ้เปรตเดรดร๊อคขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าไอ้แม็คเป็นเชิงถาม


 

 

“ไปด้วยกันเยอะๆจะได้ช่วยๆกันไง   ใช่มั้ยคิน”  

 

 

หันไปถามความเห็นไอ้คินที่ทำหน้าลำบากใจไม่น้อย  ก็กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้มันยอมไปด้วยกันได้  ก็เล่นเอาน้ำลายแทบจะแห้ง   ทั้งขู่ทั้งปลอบอยู่นาน  กว่ามันจะยอมไปด้วย

 

 

“ทำไมมรึงมีปัญหาอะไร  ให้ไอ้คินไปด้วยมันลำบากตรงไหน  หรือมรึงไม่พอใจ” 


 

 

“เปล่า”   ไอ้เป้ตอบสั้นๆ

 

 

“งั้นก็ดี   รีบไปได้แล้ว  เดทครั้งแรกต้องรีบไป  สาวๆจะได้ประทับใจ   ป่ะ  คิน”

 

 

ไอ้แม็คยิ้มกว้าง   หันไปคว้าข้อมือไอ้คินที่ทำหน้าเหรอหราแล้วถือโอกาสจูงมือเดินออกไปที่รถ   ท่ามกลางสายตาขวางๆของไอ้เป้มองตามหลังมา    เอาแล้วๆ   เห็นทีเงินที่อุตส่าห์เอาไปจ้างไอ้โอให้มันหลอกไอ้คุณนิคไปกินเหล้าด้วยวันนี้เพื่อไม่ให้มาขัดขวางการเดทมหาสนุก   ท่าทางจะไม่เสียเปล่าจริงๆ    ไอ้แม็คยิ้มในหน้าอย่างคนมีแผน   


 

 

คู่เดทของไอ้เป้ ชื่อ น้องจิ๊บ  เป็นสาวบัญชีหน้าตาธรรมดา  แต่ก็น่ารักเพราะดูใสๆ ไม่เคลือบสารพิษแบบทาแป้งเหมือนจะโบกปูน   สถานที่นัดเดทของก็ไม่ได้พิสดารต่างจากคนธรรมดาทั่วไป  คือ   พาไปเดินห้าง   ดูหนัง   ต่อด้วยมื้อเย็นสุดแสนจะโรแมนติคในร้านอาหารบรรยากาศดีเป็นที่นิยมของคู่รัก 


 

 

“คิน ชิมนี่สิ  อร่อยดีว่ะ”    คนนี้กับไอ้คินไม่ใช่คู่รัก  แต่ทำตัวอย่างกับเพิ่งจีบกันใหม่ๆ

 

 

ไอ้เชฟตักกับข้าวให้คนข้างๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับอย่างดี    มันบอกว่าจะมาช่วยกำจัดกขค.ให้เขา  แต่ไหงมันถึงได้มาทำท่าเอาอกเอาใจอย่างกับมาเดทกับคนตัวเล็กเสียเองอย่างนี้วะ  

 

 

ไอ้เป้ไม่สบอารมณ์มาตั้งแต่รู้ว่าไอ้คินจะมาด้วยแล้ว   ไม่ใช่ว่ารังเกียจอะไร  แต่ไม่อยากให้ไอ้คินมาเห็นตอนที่มันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น   พอมีตาสวยๆนั่นมองมา  มันก็พาลจะเลิกสนใจผู้หญิงคนอื่นทุกที    ส่วนไอ้เชฟ   โมโหมันจริงๆ  เอาแต่เนียนจับมือถือแขนไอ้คินอยู่ได้    คอยดูนะมรึง  กุจะฟ้องไอ้คุณนิค   มันยิ่งหวงๆอยู่ด้วย    ไอ้เป้หมดความอดทน   น้องจิ๊บน้องเจิ๊บอะไรกุไม่สนแล้ว  มันขอแลกที่กับน้องเปิ้ล กขค.เบอร์หนึ่งที่นั่งข้างๆคนหน้าหวานทันที
    

 

 

“ไอ้คินมันไม่ชอบกินของเผ็ดๆเท่าไหร่   มรึงไม่รู้รึไงไอ้แม็ค” 


 

 

“แต่กุชิมแล้ว  ไม่เห็นจะเผ็ดตรงไหนเลย   ใช่มั้ยคิน” 


 

 

ไอ้แม็คเอาอีกแล้ว  ส่งยิ้มหวานจ๋อยให้คนข้างๆ  แล้วไอ้คินก็ยิ้มแบบเดียวกันส่งตอบไปให้อีก   ตาต่อตาประสานกัน   เห็นแล้วเป็นที่น่าขัดใจไอ้เดรดร็อคจนมันเริ่มรู้สึกนั่งไม่ติด   รึไอ้เชฟกับไอ้คินจะรู้สึกให้กันมากกว่าคำว่าเพื่อน

 

 

“เป็นอะไรของมรึงไอ้เป้  ทำไมไปหักช้อนอย่างนั้นวะ  รึว่าอิจฉาอยากให้กุตักกับข้าวให้มั่ง”


 

 

ไอ้เชฟแม็คอยากจะหัวเราะดังๆ 

 

 


“อิจฉาบ้านมรึงสิ    คิน  ลองกินนี่ดูสิ” 


 

 

แล้วไอ้เชฟกับไอ้เดรดร็อคก็ผลัดกันตักกับข้าวเหมือนจะแข่งกันทำสถิติตักเร็วโอลิมปิค    ให้คนหน้าหวานที่นั่งหน้าเขินอย่างไม่รู้จะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้แล้ว    ส่วนน้องจิ๊บ น้องเปิ้ล และน้องอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่  ก็ได้แต่นั่งทำหน้างงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเดทหมู่ทริปนี้ไป
      

 

ส่งท้ายเดทแสนสนุก    เชฟแม็คก็ยังมีมุกเล็กๆน้อยๆ  ให้ไอ้คินเซอร์ไพรส์เล่นๆอีก

 

 

&ldquo