ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 20.2

posted on 24 May 2008 04:12 by skysonatapjj

 

ใครว่าลืมอะไรไปอย่าง  ผมเผลอโดนลูกอ้อนพวกแฝดจัดการเบนความสนใจจนลืมเรื่องสำคัญไปตั้งสองอย่างเลยต่างหากเล่า แล้วแต่ละอย่างก็ยากเย็นพอๆกับภารกิจฝ่าด่านอรหันต์ 18 มนุษย์ทองคำในวัดเส้าหลินอีก เฮ้อ...กรรมของไอ้นิคจริงๆ  ด่านแรกก็ไอ้สุดที่รักของผมที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะงอนไปถึงไหนแล้ว   รายนี้ผมทำเวรทำกรรมกับมันมากไปหน่อย   สงสัยชาติหน้าเกิดมาคงได้เจอกันอีกแหงๆ  แล้วก็ไอ้น้องไม้อีกคน   ไม่รู้โดนเสน่ห์ไอ้นิคเข้าไปกี่มิลลิกรัม   ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้  ก็เสน่ห์ผมมันเหลือรับทานนี่ครับ   555   ยังมีอารมณ์หลงตัวเองอีกนะมรึง   เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ล่ะวะไอ้นิค

 

 

“พี่นิค   นี่เค้าถามเป็นรอบที่ห้าแล้วนะ  ตกลงจะกินมั้ย  อุตส่าห์เหลือไว้ให้เนี่ย” 

 

 

ไอ้แนนทำอารมณ์เสียพร้อมกับฟาดไก่ย่างชิ้นสุดท้ายเข้าปากตัวเองเคี้ยวตุ้ยๆ   ไอ้น้องบ้า   แล้วมรึงจะถามกุเพื่อ ???

 

 

“ถามหน่อย  เรื่องที่ขังพี่ไว้ในห้องน่ะ  วางแผนกันมารึว่าไง”  ยังคาใจไม่เลิกครับ

 

 

“เปล๊า”   ไอ้แนนตอบหน้าตาเฉย  แบบที่มองยังไงๆก็ไม่เห็นแววสำนึกผิดอยู่ดี  แล้วมันก็อธิบายต่อ

 

 

“พอดีพวกเค้านั่งในห้องสมุดกันทั้งวันแล้วเบื่อๆ  เลยชวนกันไปเดินยืดเส้นยืดสาย  หาอะไรกินที่โรงอาหาร  พอดีตอนเดินกลับห้องสมุด  เนมมันเห็นตัวเดินมากับไอ้ไม้   เลยคิดแผนนี้ขึ้นมา”

 

 

“แล้วถ้าสมมติว่าพี่ขึ้นไปตามเนมบนตึกแล้วมีไม้ตามขึ้นไปด้วยล่ะ”

 

 

“เค้าก็จะวิ่งไปอีกทางให้พี่นิคตามไป   ให้แนนจับไอ้ไม้ไปขังไว้แทน  แล้วพอไอ้ไม้มันไปฟ้องพี่ไอ้วิน   พวกตัวก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี  เพราะยังไงๆตัวก็เข้าข้างพวกเค้าอยู่แล้ว”

 

 

ไอ้เนมหัวเราะหึๆ  แล้วแกะกุ้งเผาใส่ปาก  ไอ้นิคเลยได้ปวดไมเกรนอีกรอบ   สองคนนี้เวลามีเรื่องกับใครก็ชนะขาดครับ   ไอ้แนนมันมีดีที่แรงควาย  ส่วนไอ้เนมก็เจ้าแผนการ  จะเรียกว่าคู่หูแฝดนรกก็คงไม่ผิดนัก  แต่เวลาอยู่กับผมมันก็เป็นแค่น้องน้อยขี้อ้อน  โดยเฉพาะไอ้เนมที่อ้อนซะจนไอ้นิคใจอ่อนตลอดศก   เวลาพวกแฝดไปมีเรื่องมา  ผมก็ถือคติน้องกุไม่เคยผิด   จะถูกจะผิดยังไงก็เข้าข้างน้องตัวเองไว้ก่อน  ไอ้เนมรู้จักนิสัยข้อนี้ของผมดีเลยคิดแผนบ้าๆแบบนี้ได้   เฮ้อ...  ขอถอนหายใจอีกเป็นรอบที่ร้อยของวันหน่อยเถอะ
 

 

“แล้วขังพี่ไว้คนเดียวอย่างนั้น  ไม่ห่วงกันบ้างเหรอ” 

 

 

แกล้งทำเสียงไม่พอใจเผื่อว่าไอ้สองตัวจะรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง   พยายามเรียกจิตสำนึกน้องๆสุดๆเลยครับไอ้นิค

 

 

“ไม่เห็นต้องห่วง  ก็เค้ายืนเฝ้าตัวอยู่หน้าห้องนั่นน่ะแหละ  ส่วนเนมมันก็กลับไปที่ซุ้มก่อน  พอเห็นว่าไอ้ไม้มาแล้ว  เนมก็แอบโทรหา  แล้วเค้าก็เปิดประตูให้ตัวไง  เห็นมะ  พวกเค้าไม่ได้ทิ้งพี่นิคสักหน่อย”

 

 

โอ้โห  นี่ขนาดไม่ได้วางแผนกันล่วงหน้า   ยังเป็นขั้นเป็นตอนกันได้ขนาดนี้   แล้วถ้ามันสองตัวมีเวลาสุมหัววางแผนกันไม่ยึดอิรักได้ทั้งประเทศแล้วหรือเนี่ย  อะไรจะขนาดนี้น้องกุ   


 

 

“งั้นเค้าถามพี่นิคหน่อยเถอะ  คิดไงไปจูบไอ้ไม้”  

 

 

พอไอ้แนนถามเรื่องนี้ขึ้นมาไอ้เนมก็ทำหน้าหงิกเลยครับ  สงสัยยังโกรธเรื่องนี้ไม่หาย     

 

 

“ก็ใครมันแกล้งโยนความผิดให้ไม้ล่ะ   พี่ก็เข้าใจว่าไม้เป็นคนทำแล้วมาแกล้งตีหน้าซื่อบอกขอโทษเลยกะจะแกล้งให้มันกลัวนิดๆหน่อยๆ แต่ที่ไหนได้...”

 

 

“มันดันสมยอม  แล้วพี่ไอ้วินก็เข้ามาเห็นพอดีใช่มั้ยล่ะ  พี่นิคเลยทำหวานกับไอ้ไม้ประชดไปอีกเพราะยังงอนพี่ไอ้วินไม่หาย”

 

 

ไอ้แนนหัวเราะหึๆ ทำนองว่าสะใจแบบไม่มีปิดบังว่ามันอยากให้ผมเลิกกับไอ้เชนเต็มแก่

 

 

“นั่นสิ    พี่เลยไม่รู้จะเอายังไงดี  จะไปง้อไอ้เชนหรือว่าจะเลิกกับมันไปเลยแล้วไปสานต่อกับไม้แทน  เพราะเท่าที่ดูๆไม้เขาก็ไม่ได้เกลียดพี่แล้วนะ  จะว่าไปแล้วก็ท่าทางชอบด้วยซ้ำ”

 

 

ผมก็แกล้งพูดไปงั้น  แต่ไอ้สองตัวดันของขึ้น  วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปังใหญ่จนน่ากลัวว่าแก้วจะแตกคามือ  ต้องเสียตังค์พาไปหาหมอแล้วยังต้องจ่ายค่าเสียหายให้ร้านอาหารอีก  


 

 

โชคดีที่ผมเลือกพาพวกน้องๆมากินข้าวกลางวันกันที่เขื่อนเก็บน้ำซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างมีชื่อของจังหวัด   มีแพร้านอาหารให้เลือกนั่งกันตามใจชอบแล้วสั่งของอร่อยๆ พร้อมกินบรรยากาศไปด้วย   พวกผมเลยได้นั่งกินข้าวกันเป็นส่วนตัว  จะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า  เพราะลากแพไปกินกันกลางน้ำ   กินอิ่มก็ง่วงนอนเพราะลมเย็นจริงๆ  ที่รู้จักนี่ก็เพราะไอ้เชนมันเคยพาผมมานั่นแหละ    เฮ้อ   ขอถอนหายใจระบายความกลุ้มอีกสักรอบแล้วกันนะพี่น้อง

 

 

วันนั้นทั้งวัน  ผมก็โดดเรียนพาพวกแฝดไปเที่ยวต่ออีกหลายที่ให้หมดแรงกันไปข้างหนึ่ง   ไอ้สองตัวจะได้ไม่มีเวลามาวางแผนสร้างเรื่องปวดหัวให้พี่มันอีก   และพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องไปส่งน้องๆขึ้นรถกลับบ้านกันแล้ว  ทีนี้จะได้หมดปัญหาไปอีกเปลาะหนึ่งล่ะ  แล้วเปลาะที่เหลือก็ต้องตามแก้ตามง้อกันต่อไป  หวังว่าฟ้าคงจะเมตตาไอ้นิคไม่มีเรื่องอะไรมาให้ผมปวดเฮดไปมากกว่านี้แล้วกัน  แค่นี้ก็จะตายเพราะถอนหายใจวันละหลายร้อยเฮือกอยู่แล้ว   เฮ้อ... แถมให้อีกทีอ่ะ

 

 

“ไอ้คุณนิค  มรึงอยู่ไหนวะ” 

 

 

เสียงไอ้โก้ถามเร็วๆทันทีที่ที่ผมกดรับโทรศัพท์  ดูนาฬิกาก็ทุ่มกว่าๆแล้วสงสัยมันจะโทรเรียกให้กลับไปกินข้าวเย็น

 

 

“หน้าหมู่บ้านแล้ว  มีไรวะ”

 

 

“เด็กมรึงมานั่งรอตั้งแต่บ่ายแล้ว   พวกกุบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ยอม  จะเอาไง”

 

 

เพื่อนโก้ผู้แสนดีอุตส่าห์โทรมารายงานสถานการณ์ด่วนเบรกกิ้งนิวส์  แต่จะช่วยขยายความอีกสักนิดไม่ได้หรือไงที่ว่าเด็กกุนี่มรึงหมายถึงใคร

 

 

“ใครเด็กกุ  ไอ้เชนเหรอ”   ถามแสดงความโง่ออกไปไม่มากไม่น้อย

 

 

“ไอ้ควาย  กุหมายถึงน้องไม้ต่างหากเล่า” 

 

 

“ตายโหง   จริงเหรอวะ  แล้วไอ้เชนล่ะ”

 

 

“ไอ้เวง  แฟนมรึงแล้วดันมาถามกุ   กุคงจะรู้อยู่หรอก” 

 

 

เออ  เห็นว่าช่วงนี้กุโดนมรสุมชีวิตเลยหมดพลังงานบ้าเข้าหน่อยล่ะทำกล้านะ  เดี๋ยวเถอะมรึง  ไอ้โก้   

 

 

“แต่เห็นไอ้คินมันว่า   เจอไอ้เชนที่ม.ก็ไม่เห็นมันพูดอะไรนะ  ท่าทางปกติดีทุกอย่างเหมือนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับมรึงเลย”

 

 

เอาล่ะสิ  ฟังคำให้การของเพื่อนคินจากปากเพื่อนโก้แล้ว  เพื่อนนิคก็ชักจะเดาสถานการณ์ไม่ออก  ทั้งที่นึกล่วงหน้าไปไกลหลายไมล์ทะเลแล้วว่า  ไอ้โย่งมันต้องโกรธผมสุดๆ หรือไม่ก็เสียใจแบบออกอาการซึมเศร้าแน่   แล้วนี่อะไร  หรือว่าไอ้คินมองไม่ชัด  ก็ไม่น่าใช่  คิดอีกที  หรือว่าไอ้เชนมันเข้าทำนองหน้าชื่นอกตรม   ไอ้นิคสงสัยไปร้อยแปดพันเก้าแต่ก็ฟันธงไม่ลงสักข้อ   จะปรึกษาทีมกุนซือฝาแฝด  แต่คิดไปคิดมาเปลี่ยนใจไม่ดีกว่า  เดี๋ยวแทนที่จะได้คืนดีกับไอ้เชนสุดที่เลิฟ   จะกลับกลายเป็นว่าโดนพวกน้องๆป่วนให้ได้เลิกกันแบบขาดสะบั้นไม่เห็นหนทางรีเทิร์นเอาได้

 

 

แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  เคลียร์เรื่องไอ้น้องไม้ให้มันจบๆไปก่อนก็ดีเหมือนกัน   เพราะถ้าเทียบระดับความยากง่ายแล้ว  ปัญหาเรื่องไอ้ที่รักของผมนี่ระดับชาติเลยล่ะ    ต้องอาศัยการวางแผนให้รัดกุมก่อนแล้วค่อยลงมือ  ไม่งั้นพลาดพลั้งผิดแผนไปอาจมีเหตุการณ์เสียน้ำตาให้ต้องไปโทษสับปะรดกันอีกรอบ   ไอ้นิคคิดแล้วก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านโดยไม่ลืมกำชับให้พวกแฝดสงบปากสงบคำและสงบท่าทางด้วย 


 

 

ไอ้นิคเดินเข้าบ้านหลังจากสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเรียกพลังฮึด  ยอมรับเต็มปากเต็มคำเลยว่าตอนนี้ป๊อดสุดๆ  ก็นึกภาพตอนผมโมโหที่ถูกขังแล้วไปจับไอ้น้องไม้เขย่าซะจนหัวมันแทบจะหลุดก็รู้สึกผิดขึ้นมา   ยิ่งช่วงนี้ภูมิต้านทานน้ำตาเด็กยิ่งต่ำอยู่ด้วย


 

 

“พี่นิคไปไหนมาครับ  ไม้โทรหาก็ไม่เปิดมือถือ”

 

 

น้องไม้สีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นว่าใครเดินเข้าบ้านมา  เห็นอย่างนี้ไอ้นิคยิ่งรู้สึกผิด  กุนะกุ คิดอะไรงี่เง่าไปลวนลามเด็กจนมันใจแตกกะกุแล้วเนี่ย  ถึงขั้นรู้เบอร์ผมด้วยนี่เริ่มน่ากลัวว่าน้องมันจะถอนตัวจากหลุมรักไอ้นิคไม่ขึ้นง่ายๆละ  55   ยังไม่วายอีกนะมรึง  ไอ้นิค

 

 

“แบตหมดน่ะ”  ข้ออ้างยอดฮิต

 

 

“คือ...”

 

 

น้องไม้ออกอาการติดอ่าง  หน้าแดงเล็กๆ  อูยยยย  ไอ้นิคเริ่มหวิว  เริ่มมองเห็นความน่ารักของไอ้เด็กตาแป๋วนี่ละ   ร่มๆไว้นิค  มรึงมีไอ้เชนแล้ว 

 

 

“พี่ขอโทษนะ  ขอโทษทั้งเรื่องที่ทำให้ไม้เจ็บตัววันนั้น  แล้วก็ขอโทษเรื่องเมื่อเช้าด้วย  พี่คิดว่าไม้แกล้งขังพี่เลยกะจะแกล้งคืนนิดๆหน่อยๆ”

 

 

ไอ้นิคโพล่งไปแบบไม่มีอารัมภบทใดๆให้เสียเวลาทำมาหากิน  ก่อนที่ความเงียบจะกลายเป็นดาวเด่น   แม้แต่เสียงแมงสาบเดินหนีไบก้อนผมยังได้ยินเลยเอ้า

 

 

“เอ่อ.....  ไม้ไม่โกรธพี่นะครับ”

 

 

ทำเสียงอ่อนให้รู้ว่ากุสำนึกผิดจริงๆนะ  และพยายามสังเกตสีหน้าของเด็กไม้ไปด้วย 

 

 

“ไม้เป็นคนทำให้พี่นิ