ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 19.1

posted on 17 Apr 2008 22:01 by skysonatapjj

 

 

ไอ้แนนจ้องไอ้เชนแบบประกาศความเป็นศัตรู  สลับกับหันมามองหน้าผมเหมือนจะจับพิรุธพี่มัน   ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไอ้คู่หูวินไม้คงเล่าเรื่องผมกับไอ้โย่งให้พวกแฝดฟังแล้วแน่ๆ   กุหนอกุ  จะเอาไงต่อดีวะเนี่ย 

 

 

“ไม่เป็นไรใช่มั้ย” 

 

 

ไอ้เชนถามย้ำอีกครั้งแบบไม่สนใจท่าทีขวางๆของพวกแฝด   สุขุมนุ่มลึกจริงนะมรึง 

 

 

“แค่นี้จิ๊บๆน่า” 

 

 

ทำเป็นคุยทั้งๆที่ก็เกือบเอาตัวไม่รอดถ้าไม่ได้เสียงนกหวีดพี่ยามมาห้ามทัพ  ไอ้นิคยักไหล่เบ้ปากเหมือนจะยืนยันว่าไม่ยี่หระจริงๆ  ถอยไปนั่งที่โซฟาโดยมีพวกแฝดเดินตามตูดต้อยๆเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณชาย  แต่มองหน้าไอ้น้องชายที่เคารพแล้ว  เหมือนมันจะเป็นผู้คุมนักโทษมากกว่าจะเป็นองครักษ์เสียอีก   ก็ดูสิครับ   ทำตาดุตาขวางใส่ผม  อย่างกับพ่อมาเองเลย   อย่างนี้ต้องเบนความสนใจก่อน  เอาเสียงโหดๆตาขวางๆเข้ากลบเกลื่อน  หันไปเล่นงานไอ้คู่หูวินไม้ 

 

 

“แล้วทีหลังก็อย่าทำอย่างนี้อีก  อย่าล้ำเส้นมายุ่งเรื่องของพี่ให้มากนัก  เพราะถ้ามีคราวต่อไปอีก  ถึงจะยังเด็ก  หรือจะเป็นน้องใคร   พี่ก็ไม่ไว้หน้าแน่”

 

 

ผมเล่าเรื่องคร่าวๆให้พวกไอ้เชนฟังแบบมาดเท่กินขาดยิ่งกว่าเจ้าพ่อมาเฟียในหนัง  และหันไปย้ำกับคู่หูวินไม้เป็นการปิดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  แต่ก็ทำให้บรรยากาศในห้องนี่เย็นยะเยือกชวนสยองขึ้นมาทันตา  มาดโหดใช้ได้เลยครับไอ้นิค

 

 

“แต่เค้าเข้าใจนะ  ว่าทำไมไอ้สองตัวนั่นมันถึงทำอย่างนี้”

 

 

นั่นประไร   อุตส่าห์คิดว่าเก๊กได้โหดเถื่อนสุดๆแล้วแท้ๆ   สถานการณ์ตึงเครียดเพราะไอ้นิคแผ่รังสีเจ้าพ่ออย่างนี้ไม่มีใครกล้าขัดนอกจากไอ้คนนั้นมันจะแน่ใจอย่างล้นเหลือว่ายังไงผมก็ไม่ทำอะไรรุนแรงกับมันจนเกินไปแน่     ไอ้แนนยังไงล่ะครับ    มันทำเสียงเครียด   ตาขุ่นใส่อีก   ฟังดูเหมือนจะเข้าข้างพวกคู่หูอ้อนตรีนมากกว่าจะเข้าข้างพี่มัน

 

 

ตกลงว่า  ตัวกับพี่ชายไอ้วินเป็นแฟนกันใช่มั้ย”

 

 

ไอ้แนนถามมาแบบตรงประเด็น  พร้อมกับผลักมือไอ้เนมที่พยายามจะปิดปากแฝดพี่ของมันออก  แถมยังทำหน้าตาเหมือนจะบอกว่า  ยังไงก็ไม่ยอมถอย  ถ้าไม่ได้คำตอบที่พอใจ   

 

 

ตอนนี้สภาพบรรยากาศเลยยิ่งตรึงเครียดหนัก    พายุฝนฟ้าคะนอง   คลื่นลมแรง   ลูกเห็บกระจายเป็นแห่งๆ  เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง   ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็คงประมาณนี้มั้งครับ  เหอๆ

 

 

“แล้วตัวจะอยากรู้ไปทำไม   รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา  ที่บอกว่าอย่าล้ำเส้นนี่พี่ไม่ได้หมายความถึงแค่พวกวินไม้นะ”  

 

 

ผมกอดอกมองหน้าน้องชายตัวเองนิ่ง   ไอ้แนนมันก็จ้องตาตอบมาแบบไม่มีหลบเหมือนกัน  เอาสิวะ  ให้มันรู้กันไปว่าใครจะแน่กว่ากัน

 

 

“ตัวจะบอกว่าแม้แต่เค้าก็ห้ามยุ่งใช่มั้ย   ตัวเห็นแฟนดีกว่าน้องใช่มั้ย  ด้ายยย   เค้าจะฟ้องแม่ !!!”  

 

 

ไอ้แนนมันแผดเสียง  ทำเอาผมแทบหน้าคะมำเปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทัน  ไอ้น้องบร้าาา  จะฟ้องแม่เนี่ยนะ   มรึงจะฟ้องแม่ว่ากุเป็นเกย์เนี่ยนะ   เออดี   แทนที่แม่จะคว้าไม้เรียวมาจัดการเหมือนสมัยก่อน  แม่จะได้เป็นลมไปสามวันสี่คืนล่ะไม่ว่า   ก่อนไอ้นิคจะเริ่มอ้าปากปาฐกถาให้พวกแฝดฟังด้วยอารมณ์ที่ประทุยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิดให้ต้องไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งคืน   ไอ้โย่งมันก็แตะข้อศอกผมเป็นเชิงห้ามไว้   มีไอ้เนมเป็นแนวป้องกันไฟป่าฟากไอ้แนนไว้ด้วย  เรียกว่างานนี้ร่วมด้วยช่วยกันจริงๆ

 

 

“พี่นิคเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว  มีอะไรค่อยว่ากันใหม่พรุ่งนี้ดีกว่านะแนน   เร็วๆไปนอนเป็นเพื่อนกันหน่อย  เค้าไม่ชินกับที่นี่  กลัวผี    นะๆๆๆ ไปนอนดีกว่านะ”

 

 

“ตัวก็ไปก่อนสิ  เค้าจะคุยกับพี่นิคให้รู้เรื่อง  ยังไงเค้าก็ไม่ยอมให้พี่นิคเป็นเกย์หรอก” 

 

 

ไอ้แนนโพล่งออกมาอีกแบบไม่ไว้หน้าใคร  ตาโตๆดุๆของมันจ้องไอ้เชนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ    ทีนี้เลยไปกันใหญ่   พวกวินไม้ที่ว่าแรงยังแพ้ไอ้แนนแบบราบคาบ    เพราะรายนี้มาแบบตรงๆ  เปิดประเด็นดุเดือดถึงลูกถึงคน  กัดไม่ปล่อยจริงๆ

 

 

“แนน !!!  พอแล้วน่า”   

 

 

ไอ้เนมเสียงดุกับแฝดผู้พี่เมื่อเห็นอาการของพี่คนโต  เพราะถ้าขืนไม่เบรกไอ้แนนไว้ตอนนี้    มีหวังได้เปิดศึกสายเลือดตะลุมบอนกันยกใหญ่แน่   ก็พี่น้องตระกูลนี้มันใช้กำลังตัดสินความกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  

 

 

ลับหลังฝาแฝดที่ฉุดกระชากลากจูงกันไปนอนแล้ว ไอ้นิคก็ต้องถอนใจเหนื่อยๆออกมาเฮือกใหญ่ เนี่ยแหละครับบรรยากาศที่น่ารังเกียจสำหรับคนอย่างผม    ค้างๆคาๆให้ได้เครียดกันข้ามวันข้ามคืนอย่างนี้   แต่ถ้าจะให้คุยกันตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน  ที่สำคัญ  คือ  กลัวครับ กลัวว่าไอ้พวกแฝดมันจะรับไม่ได้และหมดความเชื่อถือในตัวผม

 

ไอ้นิคเอนตัวลงพิงหลังกับพนักโซฟา  หลับตา  พลางนวดขมับตัวเองเบาๆ เหมือนเหนื่อยเต็มที

 

 

“นิค”    สักพัก  ไอ้เชนมันก็เรียกผมเบาๆ

 

“หือ”

 

 

ลืมตาขึ้นมองสุดที่รักก็เห็นว่าไอ้พวกข้างบ้านคนอื่นๆ พร้อมคู่หูอ้อนตรีนวินไม้เคลื่อนทัพกลับกันหมดแล้ว   ส่วนฝั่งบ้านผมก็สลายตัวไปหมดแล้วเหมือนกัน   ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นเลยมีแค่ผมกับไอ้เชนสองคนเท่านั้น

 

 

“ขอโทษนะ”  

 

 

ไอ้เชนนั่งลงข้างๆ ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง   ดึงตัวผมให้ซบกับไหล่ของมัน  แถมโปรโมชั่นนวดท้ายทอยให้อีก ฮี่ๆ  สบายจริงกุ
 

 

“ไม่ใช่เพราะมรึงหรอก  เอาน่า ไม่ต้องคิดมาก  น้องกุมันพูดรู้เรื่องกว่าน้องมรึงเยอะ  เดี๋ยวอธิบายให้มันฟัง  ก็หมดเรื่องแล้ว”

 

 

พูดเหมือนปลอบใจตัวเองไปในตัวด้วย

 

 

“อะไร”   ไอ้โย่งมันแบมือมาให้ผม   ไอ้นิคเลยงงๆ มรึงจะมาแบมือขอตังค์กุไปซื้ออมยิ้มหรือไงวะ

 

 

“ขอมือ”  

 

 

“กุไม่ใช่หมานะ  จะได้มาขอมงขอมือเนี่ย” 

 

 

ด่ามัน  แต่ก็ส่งมือให้มันอยู่   ผมตบป๊าบลงเต็มฝ่ามือไอ้เชน  ยิ้มน้อยๆให้เมื่ออีกฝ่ายกระชับมือผมไว้แล้วถามเสียงเบา

 

 

“กุกลัวว่าแนนจะไม่เข้าใจและบอกให้มรึงเลือก   ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆมรึงจะเลือกกุมั้ย”

 

 

“ไม่เลือก”  

 

 

ผมตอบได้โดยไม่ต้องคิด   ไอ้เชนเลยหน้ายักษ์ใส่   ปล่อยมือผมออกทันที แต่เรื่องอะไรไอ้นิคจะยอมล่ะครับ   ก็ผมยังไม่ได้รุกมันกลับเลย   555   คว้ามือมันกลับมาจับไว้แน่นแล้วขยายความให้ก่อนที่มันจะงอนมากไปกว่านี้       

 

 

“กุไม่เลือกอะไรทั้งนั้นแหละ   มรึงคิดว่ากุเป็นใคร  คนอย่างกุไม่มีคำว่าต้องเลือก  กุอยากได้อะไรก็ต้องได้ทั้งหมดว้อย  555”

 

 

หัวเราะเป็นฆาตกรโรคจิตใส่อย่างหมั่นเขี้ยวแล้วโถมเข้ากดไอ้โย่งลงกับโซฟา   พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส  คราวนี้ถึงทีกุรุกมรึงบ้างล่ะวะไอ้เชนเอ๋ย   ไอ้นิคเอาหัวซุกๆกับซอกคอไอ้โย่งอ้อนๆ  เตรียมต่อรองเต็มที่ 

 

 

“พี่นิค  ฟูกในตู้หายไปไหน  เค้าหาไม่เจอ” 

 

 

เสียงไอ้เนมตะโกนถามลงมาได้จังหวะจริงๆ   ผมเลยต้องผละจากอกอุ่นๆของไอ้เชนเลย   เฮ้อ  กำลังจะได้โอกาสยื่นข้อเสนอขอเจรจายึดครองดินแดนในอำนาจอธิปไตยของไอ้เชนที่รักแล้วเชียว

 

 

“มรึงไปจัดการพวกวินไม้เถอะ  เดี๋ยวกุเคลียร์พวกแฝดเอง  พรุ่งนี้จะโทรหานะ” 

 

 

“งั้นมาให้จูบลาหน่อยม่ะ”   มีญาติข้างไหนเป็นฝรั่งรึไงมรึง 

 

 

“ไปได้แล้ว   ปิดประตูบ้านให้ด้วยล่ะ” 

 

 

สั่งการไอ้โย่งพร้อมไล่มันกลับบ้าน  หลังจากโดนจูบจนหายใจหายคอไม่ออกอย่างกับมันไปตายอดตายอยากที่ไหนมา    ผมรอจนไอ้เชนออกไปแล้วถึงเดินกลับห้องไปหาไอ้น้องบังเกิดเกล้าที่เคารพ    คิดแล้วก็ถอนใจเฮือกๆกลุ้มใจไม่รู้จะเอายังไงกับไอ้สองตัวฝาแฝดดี   ไอ้เนมน่ะไม่มีปัญหาเท่าไหร่  รายนี้เด็กดีน้องเล็ก  อธิบายแบบจับเข่าคุยเสียหน่อยเดี๋ยวมันก็เข้าใจ   แต่ไอ้แนนนี่สิครับ   ถอนหายใจอีกครั้งพลางเปิดประตูเข้าไปในห้อง   แล้วก็อย่างที่เดาไว้ไม่มีผิด

 

 

“วันนี้ให้เนมนอนฟูกไป  พี่มานอนกับเค้านี่   เรามีเรื่องต้องคุยกัน” 

 

 

ผมหันไปมองหน้าไอ้เนมมันก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ  ส่งมาให้  มือมันก็จัดการลากที่นอนปิคนิกเข้าไปให้ใกล้เตียงที่สุดเท่าที่จะมากได้    ท่าทางไอ้น้องคนเล็กมันคงเกลี้ยกล่อมจนน้ำลายแห้งไปแล้วล่ะครับ  แต่บอกแล้วว่าไอ้แนนมันหัวดื้อ

 

 

“ปล่อยน้องนอนข้างล่างคนเดียวได้ไง   เนมขึ้นมานอนด้วยกัน   เบียดๆหน่อยแต่ก็ดีกว่านอนคนเดียว”

 

 

ไอ้เนมมันกลัวผีเข้าขั้นโคม่าเลยครับ

 

 

“ก็แนนไม่ให้เค้านอนด้วย  บอกจะเคลียร์กะพี่นิค” 

 

 

ปากมันก็ว่าอย่างนั้น  แต่คลานขึ้นเตียงมานอนข้างๆแบบเร็วจี๋แถมส่งยิ้มหวานมาให้อีก  น้องใครวะ  น่ารักน่าฟัดจริงๆ

 

 

“เออน่า   มีเวลาเคลียร์อีกเยอะ  แล้วไม่นอนตรงกลางเหรอ”