ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 18

posted on 08 Apr 2008 16:08 by skysonatapjj

 

จากวลีอมตะของตำราพิชัยยุทธ์ซุนวู  ที่ไอ้นิคก็ไม่รู้จักหรอกว่าท่านซุนฯนั้นเป็นใครมาจากไหน  แต่แค่เคยได้ยินปู่พูดถึงชื่อนี้บ่อยๆ    กล่าวไว้ว่า   รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง  ด้วยเหตุฉะนี้แล้ว  การที่จะกระทำการใดๆอันเป็นผลให้ตนเองเป็นฝ่ายเพลี่ยงเพราะไม่รู้จักศึกษาศัตรูให้ถ่องแท้เสียก่อน   ไอ้คุณนิคจะไม่กระทำเป็นอันขาด    พอๆๆ  ชักจะมึนหัวละ   สรุปเป็นภาษาคนธรรมดาก็คือ  ผมจะรอดูท่าทีไอ้น้องวินไม้ไปก่อน  ไว้เจอจุดอ่อนมันสองตัวเมื่อไหร่  เมื่อนั้นไอ้คู่หู วินไม้ได้เจอสอยร่วงแน่   หึ หึ 

 

 

ไอ้นิคนึกในใจแล้วแอบยิ้มเหี้ยม   นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นฉำฉาแถวๆสนามบอล  มีไอ้เชนนั่งคุมความประพฤติเพราะผมยังติดโทษแบนเรื่องเหล่สาวที่ร้านนมวันนั้นอยู่   เลยไม่ได้ไปหลั่นล้าเตะบอลโกลหนูกับไอ้พวกเพื่อนๆ  แต่ไม่เป็นไร   นั่งวางแผนกลยุทธ์พิฆาตไอ้น้องวินไม้ฆ่าเวลาเล่นๆก็ได้

 

 

แล้วก็เข้าตำราปู่กระสันถึงไก่  ไก่ก็มา  แต่รายนี้ไม่ใช่ไก่น่าพิสมัยเหมือนเคเอฟซี  หรือไก่ย่างห้าดาว  แต่มันเป็นไก่โดนไข้หวัดที่เป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติ   ไม่สมควรให้มาเข้าใกล้   แต่น่าจะโดนจับยัดกระสอบแล้วฝังให้ลืมหลุมไปเลยเสียมากกว่า

 

 

คู่หูเพื่อนซี้ ไอ้น้องวินนี่เดอะพูห์กับไอ้น้องไม้ที่สมควรโดนไม้หน้าสามฟาดเดินเข้ามานู่นแล้วครับ
 

 

หลังจากประกาศความเป็นศัตรูกันไปแล้ว  ไอ้คู่หูอ้อนตรีนก็พากันแวะเวียนมาหาที่คณะแบบเช้าถึงเย็นถึง   ตอนแรกๆผมก็เข้าใจว่า  พวกน้องๆมันคงรับไม่ได้จริงๆ ที่เห็นไอ้เชนเปลี่ยนมาคบกับผู้ชายด้วยกันเลยกันท่าผมซะขนาดนี้    แต่หลังๆมาไอ้นิคชักจะเริ่มไม่แน่ใจ    เห็นท่าทางเอาอกเอาใจของไอ้น้องไม้ที่มีต่อไอ้โย่งแล้วผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันจะริอาจทำตัวเป็นน้องสนิทคิดไม่ซื่อกับไอ้เชนรึเปล่า  
 

 

 

“พี่นิค  ลองชิมช็อคโกแล็ตเค้กนี่ดูสิครับ   ไม้สั่งให้เชฟที่บ้านทำมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ”

 

 

น้องไม้ส่งกล่องเค้กให้พร้อมเน้นคำว่าโดยเฉพาะมาด้วยแบบแฝงความนัย   แต่ไอ้นิคไม่สน   อะโด่  ก็แค่เชฟ    บ้านกุก็มี  เชฟแม็คไง   รู้จักมะ   ใครอยากจะกินก็กินไป   ไอ้นิคไม่กินว้อย   ส่ายหน้าตอบแล้วหันไปอ่านการ์ตูนต่อ  จนไอ้เชนมันสังเกตเห็น    แต่ไม่ได้เห็นอาการเซ็งของแฟนมันนะครับ  มันเห็นสีหน้าหงอยๆ(ที่แน่นอนว่าแกล้งทำ) ของน้องไม้หน้าสามต่างหาก

 

 

“น้องเขาอุตส่าห์มีน้ำใจเอามาฝาก   ชิมหน่อยน่า  กินช็อคโกแล็ตแล้วคลายเครียดนะ”

 

 

ดูมัน  พ่อพระเอก  วุ้ย  ขัดใจกุจริง  กินแล้วจะหายเครียด  พูดมาได้  ความเครียดกุจะเพิ่มเพราะไอ้น้องไม้หน้าสามมันแอบใส่ยาถ่ายมาให้ด้วยล่ะสิไม่ว่า    เริ่มได้กลิ่นน้ำเน่าโชยเข้าจมูก   เหมือนตัวเองกำลังถูกตัวร้ายในละครหลังข่าวกลั่นแกล้ง    แต่เรื่องอะไรจะตกหลุมพรางของพวกแก๊งค์ลูกหมาพันธุ์เกรียนวะ   ระดับไหนแล้วให้มันรู้ซะบ้าง   

 

 

“กุกินไม่ไหวจริงๆว่ะ  วันนี้ปวดท้อง  สงสัยกระเพาะกำเริบ  ถ้ากินอะไรเข้าไปตอนนี้กุคงอ้วกแน่”

 

 

ทำเสียงอ่อย  แต่เน้นคำว่า อ้วก แรงๆใส่ไอ้น้องไม้ครับ  สะจายยยย   ไอ้เชนพอได้ยินว่าสุดที่รักไม่สบายก็ตกใจหน้าตื่น    เว่อร์ไปป่ะมรึง

 

 

“ถึงว่าหน้าซีดๆ ไปหาหมอมั้ย  เดี๋ยวกุพาไป   ไม้หลีกหน่อย” 

 

 

ไอ้เชนเลิกสนใจเค้ก  เอื้อมมือมาแตะหน้าผากผม  มรึงเข้าใจไรผิดรึเปล่า  กุบอกว่าปวดท้องนะไม่ได้ปวดหัวถึงจะมาวัดไข้เนี่ย    แต่ก็แอบดีใจครับ   ไอ้เชนมันมัวแต่ห่วงผม   เลยไม่เห็นว่าไอ้นิคจงใจยิ้มเยาะใส่ไอ้น้องไม้ที่ทำหน้าบูดเป็นตูดหมึกอยู่กับไอ้น้องวิน   555   บอกแล้วว่าระดับมันต่างกัน   น้องเอ้ย   มือสมัครเล่นน่ะถอยไปไกลๆเลย

 

 

ไอ้นิคคงกระหยิ่มยิ้มย่องออกนอกหน้ากับตำแหน่งแหลอวอร์ดมากไปหน่อย   พอขึ้นรถได้   ไอ้เชนมันเลยถามยิ้มๆ

 

 

“ปวดท้องจริงๆ หรือแกล้งทำเพราะหึงกุกับไม้”        รู้ทันอีกนะมรึงว่ากุแกล้งทำ 

 

 

“ถามงี้   งั้นแสดงว่ามรึงก็รู้ตัวเหมือนกันสิว่าน้องไม้ของมรึงเขาคิดอะไรอยู่”  

 

 

“น้องไม้ของกุอะไร  ถ้านิคของกุล่ะก็ว่าไปอย่าง”   เปิดช่องให้หน่อยไม่ได้ครับ  เป็นต้องหยอด 

 

 

“ไม้เขาไม่ได้คิดอะไรกับกุหรอก   เด็กมันเป็นลูกคนเดียว  พอมาเจอสุดหล่อสุดเพอร์เฟ็คไร้ที่ติ ที่นานทีปีหนฟ้าจะส่งมาเกิดอย่างกุก็เป็นธรรมดาที่จะต้องชื่นชม   เหมือนเป็นไอดอลหรือฮีโร่ในดวงใจนั่นแหละ”

 

 

ว่าแล้วก็ละมือจากพวงมาลัยรถมาจับมือไอ้นิคไว้แถมยังทำตาเจ้าชู้ส่งมาให้อีก   เออ  กุรู้ว่ามรึงหล่อ  ผมเลยเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้   ไม่ต้องมามองหน้ากุเลย  มองถนนโน่น กุยังไม่อยากไปเฝ้าท่านท้าวยมบาลว้อย

 

 

“หลงตัวเองจริงนะมรึง”  

 

 

“แต่ก็ไม่เท่ากับที่กุหลงมรึงหรอกน่า”  

 

 

ไอ้หน้าหล่อไส้เดือนคณะยิ้มๆ จับมือไอ้นิคขึ้นไปจุ๊บที่หลังมืออีกแล้ว   เห็นอย่างนี้เลยด่าไม่ออกครับ   ไอ้เชนมันฮัมเพลงไป    ขับรถไปท่าทางสุขีสโมสรเหลือเกิน    ตอนแรกผมกะจะเล่นงานไอ้โย่งที่มันกล้าละเมิดสนธิสัญญาของเราไปบอกไอ้คู่หูอ้อนตรีนนั่นว่าผมกับมันเป็นแฟนกัน    แต่พอเจอมุกกุหลงมรึงเข้าไปเท่านั้น  น้องหมาในปากเลยเป็นเบาหวานเฉียบพลัน  ออกมาเห่าไม่ได้ชั่วขณะ   อีกอย่าง  ถ้าไอ้เชนมันรู้ว่าน้องมันมาพูดอะไรกับผม  เชื่อเลยว่ามันต้องไปจัดการไอ้ลูกหมาวินแน่  ก็มันออกจะรักผมขนาดนี้ 55  และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ  มันก็ไม่สาแก่ใจนิคน่ะสิครับ   สู้ผมเก็บไอ้สองตัวนั่นไว้เจื๋อนด้วยฝีมือตัวเองดีกว่า  สะใจกว่ากันเยอะเลย  หึ หึ   


 

 

กลยุทธ์เขี่ยคู่หูวินไม้ให้พ้นทางรักของผมก็ออกมาหลายฉบับหลากรูปแบบแล้ว  แต่ไอ้นิคก็ยังไม่ได้ลงมือให้เป็นชิ้นเป็นอันเสียที   แผนการก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนหรือรุนแรงอะไรมากมายหรอกครับ  ก็แค่ให้ไอ้โอมันเอาหน้าเถื่อนๆถ่อยๆ ของมันไปตามหลอกหลอนก่อกวนไอ้น้องไม้แค่นั้นเอง    ทีนี้ไอ้สองตัวนั่นก็จะไม่มีเวลามายุ่งกับพวกผมไปอีกสักพัก   วิธีนี้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน   แล้วยังเป็นการไถ่โทษที่ผมทำให้ไอ้โอมันต้องฝันร้ายไปเป็นอาทิตย์เพราะโดนเฮียสิทธิ์ลวนลามทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจด้วย   ก็น้องไม้มันออกจะน่ารักอย่างนั้น  (หมายถึงแค่หน้าตานะครับ ไม่นับรวมนิสัยกับพฤติกรรม “สร้างความร้าวฉานคืองานของเรา”  ของไอ้น้องไม้มัน)

 

 

ส่วนสาเหตุที่แผนการทั้งหลายมันยังไม่เป็นรูปธรรมเสียทีก็เพราะไปเจรจาเสนองานให้ไอ้โอริโอ้แต่คราวนี้มันแข็งข้อกับผม  ไม่ยอมถูกใช้เป็นเครื่องมือ   ส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว   ขนาดเอาโปรโมชั่นกินยาดองฟรีสามปีแถมมะขามจิ้มเกลือเป็นกับแกล้มมันก็ยังไม่เอาเลย   งานนี้เลยต้องโทษเฮียสิทธิ์คนเดียวเลยครับ   ทำไก่โอริโอ้ตื่นหมด   ก็คนอย่างไอ้นิคมันไม่เคยโทษตัวเองหรอก อิ อิ


 

 

มิหนำซ้ำช่วงนี้อาจารย์แต่ละท่านก็พากันอัดงานมาให้เป็นขบวนพาเหรด   ผมเลยไม่มีเวลาลงมือเช็คบิลไอ้สองตัวนั่นเสียที    ศุกร์เสาร์ก็โต้รุ่งนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมฯกันจนตาลาย   เริ่มเห็นหน้าเพื่อนเป็นหน้าสี่เหลี่ยมเหมือนจอคอมฯไปหมดแล้ว 


 

 

“ซื้อไรมาเยอะแยะวะ” 

 

 

ไอ้คินกับไอ้เป้เดินหนุงหนิงหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในบ้าน  ครอบครัวสุขสันต์จริงๆเลยเนาะพวกมรึง

 

 

“กุเอารถไปเช็คมา เลยแวะซื้อเสบียงมาด้วย”

 

 

ไอ้เป้ชูถุงผักผลไม้  และของสดอีกหลายอย่างให้ดู  ก่อนจะรับถุงขนมจากที่รักมันไปรวมกันเก็บเข้าตู้เย็น  สมกับตำแหน่งพ่อบ้านโล่ทองคำฝังเพชรจริงๆ  ส่วนไอ้คินก็แสนจะรู้ใจเพื่อน  พอเห็นไอ้คุณนิคที่เพิ่งส่งงานไปเมื่อเช้า  มีเวลามานั่งเอ้อระเหยจิบเบียร์ดูสะเก็ดข่าวอยู่กับไอ้โก้เพื่อผ่อนคลายสมองหลังจากเปิดทำการโรงงานนรกมาหลายวัน  เลยแกะข้าวเกรียบมโนราห์ใส่จานพร้อมน้ำพริกเผามาประเคนให้ถึงที่    รายนี้ก็แม่บ้านได้โล่อีกเช่นกัน  เอาใจเก่งแบบนี้ไอ้นิคชักเสียดาย  

 

 

นั่งหัวเราะสะเก็ดข่าวกันแทบจะสำลักเบียร์  พร้อมเนียนๆนั่งซบไอ้คินจนโดนไอ้พ่อบ้านโล่เพชรตบกะโหลกเป็นการเตือนเบื้องต้นว่าได้รุกล้ำอาณาเขตหวงห้าม   สต๊าฟอนลี่  ของไอ้เป้เข้าแล้ว    
ผมก็ได้ยินเสียงออดดังขึ้นตามมาด้วยเสียงคนคุยกันดังเอะอะอยู่หน้าบ้าน  


 

 

“เฮ้  ว้าท ซ่าฟ  แหม่น”   ใครมายืนเกาะรั้วบ้านกระแดะตะโกนภาษาต่างชาติใส่วะ  หรือไอ้พวกข้างบ้าน 

 

 

“แหม่น  เหมิ่น  บ้านมรึง   ที่นี่ไม่มีฝรั่ง  มีแต่คนไทยว้อย” 

 

 

ตะโกนปล่อยหมาในปากออกไปวิ่งเล่นตอนสองทุ่มแล้วคีบรองเท้าแตะลายน้องหมีกอดหัวใจสีชมพูออกไปเปิดประตูบ้าน     นอกเรื่องเล็กน้อยครับ   รองเท้าแตะคู่นี้    เป็นของที่ไอ้เป้มันซื้อให้ไอ้คินเป็นของขวัญวันลอยกระทง   โดยให้เหตุผลว่า  รองเท้าคู่นี้จะเปรียบเสมือนตัวแทนความรักของมันที่ไม่ว่าจะถูกไอ้คินเหยียบย่ำสักเท่าไหร่  รองเท้าก็จะยังคงทำหน้าที่ปกป้องเท้าน้อยๆของไอ้คินด้วยความซื่อสัตย์ และไม่ย่อท้อ    อ้วกมั้ยล่ะครับ  แนวคิดมัน   แต่ก็นั่นล่ะ  คู่นั้นมันสมกัน  ไอ้คินพอได้ยินนิยายรักน้ำเน่าของไอ้เป้ก็หน้าแดง  เขินอายของมันไป   ตำแหน่งคู่รัก