ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 17

posted on 08 Apr 2008 16:04 by skysonatapjj

 

 

อูย  สะโพกครากเลยกุ   คราวหน้าก่อนเถอะ    คราวหน้าไอ้เชนมันจะต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ผมได้รับในวันนี้บ้าง    นิคกี้ศรีสมรกัดริมฝีปากอันสั่นระริก   เงยหน้าขึ้นไล่น้ำตา   แล้วมองไปยังขอบฟ้าด้วยแววตาไม่ท้อถอย    เอ้า   เอาเข้าไป    ทำอย่างกับซีรีส์โฆษณาครีม PONDS  มุ่งมั่นสวยให้ได้ภายในเจ็ดวันไปได้กุ    แต่มันเจ็บจริงๆครับ แถมยังปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวอย่างกับเพิ่งไปแบกกระสอบข้าวสารมา    นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงบารมีพี่กวาง  ผมคงโดดงานคณะแล้วแน่ๆ 

 

 

ขัดสีฉวีวรรณอยู่เป็นนาน  พร้อมแต่งตัวให้เรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำเพื่อป้องกันการท้าชิงรอบเช้าจากไอ้เชน   ผมก็ออกมาเจอไอ้คนต้นเหตุอาการสะโพกครากยืนหน้าเก๊กเป็นพระเอกมิวสิคอยู่ข้างหน้าต่าง   พอมันหันมาเห็นผม ก็ทำตาหวานเดินเข้ามากอด  แล้วจูบแก้มไอ้นิคซะสองทีซ้ายขวา    พอเลยมรึง    ทำตัวเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันไปได้    กุก็เขินเป็นเหมือนกันนะว้อย


 

 

“รอตั้งนาน  นึกว่าอาบคนเดียวไม่ไหว ว่าจะเข้าไปช่วยอาบพอดี”  ตบท้ายด้วยยิ้มมีเลศนัยอีกต่างหาก

 

 

“ก็ลองเข้าไปดิ   กุจะเอาน้ำร้อนลวกให้หายหื่นเลย   แล้วทำไมไม่ลงไปรอข้างล่าง”  

 

 

ถึงจะเขิน  แต่หมาในปากของผมยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม   ไอ้เชนมันตื่นก่อน อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนผมจะเข้าไปอาบน้ำอีก   ไอ้หื่นนี่ก็สามารถจริงๆ  ทั้งที่เมื่อคืนมันประกาศดีเดย์ยกพลโจมตีผมไปซะขนาดนั้น  แต่มันยังมีแรงเหลือลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่โห่ได้อีก   ไปโด๊ปอะไรมาวะเนี่ย

 

 

“ทำไมที่รักโหดจัง  ถ้าวิสามัญไปแล้วที่รักจะเอาที่ไหนใช้งานล่ะครับ” 

 

 

โห  ดูมันถาม  ยางในหนังหน้ามรึงหายไปไหนหมด   ผมล่ะอยากจะบ้าตาย 

 

 

“หื่นอีกแล้วนะมรึง   คิดไปถึงไหน   ไปเร็ว  ขืนสายเดี๋ยวก็โดนสั่งซ่อมกันหมด  สังขารกุยิ่งไม่พร้อมอยู่ด้วย   แล้วก็อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ” 

 

 

ผมทวงสัญญา  พอไอ้เชนได้ยินมันก็ตีหน้าเซ็งจัด  พยักหน้ารับแบบขอไปทีแล้วเดินตามผมออกจากห้อง  

 

 

พอลงมาเห็นจำนวนคนที่นั่งรอกันหน้าสลอนอยู่เต็มบ้านแล้ว  ก็ทำให้ผมนึกอยากจะยื่นเรื่องของบประมาณสร้างศาลาการเปรียญเพิ่มอีกอย่าง  หลังจากที่เพิ่งจะส่งโครงการของบฯสร้างศาลาเอาไว้ติวหนังสือ (แต่ความจริงเอาไว้กินเหล้า)  ในสวนหลังบ้านให้ท่านพ่อผมไปหมาดๆเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง     ก็เล่นยกโขยงขนกันมาแบบครบทีมเต็มบ้านอย่างนี้    ทั้งฝั่งบ้านผม   พวกบอยแบด์ข้างบ้าน  แถมยังพ่วงเอาไอ้พวกเพื่อนสาขามาด้วยอีก  ทั้งไอ้ตะวัน   ไอ้เจี้ยบ ไอ้ปิ่น     ทีนี้ล่ะ    ไอ้นิคคงโดนซักฟอกจนขาวสะอาดแน่   ก็แต่ละคนนี่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นกันแบบปิดไม่มิด   นี่ถ้าพวกมันสนใจเรียนเหมือนที่สนใจเจือกเรื่องของผมก็คงจะรุ่งกันไปนานแล้ว

 

 

“นี่ตกลงว่าหายโกรธกันแล้วใช่มั้ย”   ไอ้ปิ่นถามแล้วยิ้มทำตาวิบวับ

 

 

ส่วนพวกกองหนุนนี่เขาสุภาพบุรุษกันจริงๆเลยครับ  ตัวเองนั้นไม่กล้าถาม  แต่ละคนเลยพยายามสะกิดส่งสัญญาณให้ผู้หญิงสองคนในบ้านถามผมใหญ่เลย    แล้วพอไอ้ปิ่นเอ่ยปาก  พวกมันก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าระทึกอย่างกับลุ้นผลชิงโชคทองกับซองมาม่า   เอ้า  ฉลองศรัทธาพวกมันหน่อยแล้วกัน

 

 

“ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ    ตอนนี้ผมกับไอ้เชน  เราเคลียร์กันเรียบร้อยไม่มีข้อค้างคาใจใดๆกันแล้ว”    ตบมุกไป  ฮาไม่ฮาเดี๋ยวว่ากันใหม่

 

 

“ค่ะ  คำถามต่อไปเลยนะคะ   คำถามนี้จากคุณหญิงเจี้ยบ  ถามว่า  นอกจากจะเคลียร์เรื่องที่งอนกันแล้ว ยังมีเคลียร์กันเรื่องอื่นอีกมั้ยคะ”   

 

 

ไอ้เจี้ยบทำตัวเป็นพิธีกรเวทีประกวดนางงามกระเทียม  มันถามแล้วก็ทำหน้าไม่ต่างจากไอ้ปิ่น   ทำเอาผมคันไม้คันมืออยากหาอะไรมาจิ้มตามันจริงๆ

 

 

“พอเลยๆ  ไม่มีอะไรอย่างที่พวกมรึงคิดหรอกน่า  เคลียร์ก็คือเคลียร์  จบ” 

 

 

ผมเดินฝ่าฝูงชนคนอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านไปเปิดตู้เย็นในครัว  และไม่ลืมเทน้ำใส่แก้วเผื่อไอ้เชนที่เดินตามมาติดๆด้วย  ผลก็คือ ไอ้พวกนั้นมันส่งเสียงโห่ฮาวิ้ดวิ้วแซวมากันใหญ่    

 

 

“บรรพบุรุษพวกมรึงเป็นนกหวีดหรือไงวะ”

 

 

“ก็มันน่าสงสัยนี่หว่า  เห็นลากกันกลับบ้านไปสองต่อสอง แล้วเชนก็ยังมาค้างที่นี่อีก  จะไม่ให้พวกฉันสงสัยได้ไงยะ  ไหนดูซิ  มีรอยอะไรรึเปล่า”

 

 

ไอ้นี่ก็ปากว่ามือถึงจริงๆครับ  ดาวสาขาคอมกระโจนเข้าคว้าตัวไอ้คุณนิคแล้วดึงคอเสื้อเป็นนักกีฬาเทควันโด  หวังจะตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้   แต่คนที่ได้เกรด 4 วิชาพละตั้งแต่เตรียมอนุบาลยันมหาลัยอย่างผมนี่เรื่องอะไรจะแพ้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว  ถึงสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแต่ผมก็ดิ้นจนหลุด  เผ่นไปหลบหลังไอ้เชนได้ไวปานวอก  ทีนี้ไอ้ปิ่นมันเลยต้องเปลี่ยนเป้าหมาย

 

 

“เชน  บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าทำอะไรไอ้คุณนิคของปิ่นรึเปล่า”   ผมเลยแอบถลึงตาขู่ไอ้เชนไปเล็กน้อย

 

 

“เปล่านี่   ปิ่นไม่ต้องห่วงน่า  เราไม่ทำอะไรที่นิคไม่ชอบหรอก”   ไอ้เชนตอบหน้าเฉย ตามสไตล์เก๊กๆของมัน 

 

 

แต่ไอ้ความหมายแฝงในประโยคคำตอบ  มันไม่เฉยตามหน้าคนพูดน่ะสิครับ   ทีนี้ไอ้พวกที่รอคำตอบกันหน้าสลอนอยู่เลยออกอาการกันสองอย่าง   ฝั่งบอยแบนด์นั้นโห่ฮากันอีกเป็นรอบสอง  เป่าปากเฟี้ยวฟ้าวกันใหญ่แถมเล่นเวฟกันอย่างกับเชียร์บอล   ผิดกับฝั่งบ้านผม   ที่ทำหน้าเหมือนโดนเจ้ามือหวยกินเรียบ   เซ็งชีวิตมากมาย

 

 

“กุว่าแล้ว  เป็นไง  สรุปพวกกุชนะ  เอามาเลยหนึ่งเมา”   ไอ้บูมหัวเราะร่ากับเหล้าฟรีที่จะได้จากพวกข้างบ้าน

 

 

“เฮ้ยๆ ไม่ต้องเลย  คำตอบไม่เคลียร์อย่างนี้  ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดใดๆทั้งสิ้นว้อย”  ไอ้โก้เถียงสุดใจขาดดิ้น

 

 

ฟังพวกมันทะเลาะกันอยู่ไม่นาน  ถึงได้รู้ว่า  บ้านผมกับพวกบอยแบนด์มันพนันกันว่าเมื่อคืนผมจะเสร็จไอ้เชนหรือไม่   ไอ้พวกเวง  ว่างจัดใช่มั้ยพวกมรึง

 

 

“พวกมรึงอยากเมากันมากใช่มั้ย   ได้เลย   เมาส้นตรีนกุนี่แหละ   ไอ้นิคจัดห๊ายยย”

 

 

และก็สมกับที่คบกันมานานครับ  ฝั่งบ้านผมมันรู้ทัน  วิ่งหนีกันจ้าละหวั่นไม่เห็นฝุ่นตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยคแล้ว   ส่วนที่หนีไม่ทันอย่างไอ้บูมกับตี๋ต่อ  ก็ได้รับผลกรรมเป็นฝ่าบาทาไอ้คุณชายข้างบ้านไปแบบเต็มๆ ท่าทางคืนนี้คงต้องนวดยาหม่องน้ำมันมวยกันไปหลายขวดแน่   สมน้ำหน้าพวกมัน  ว่าแต่  อูย  เจ็บอิ๊บอ๋าย พยายามไม่แสดงอาการเดินนิ่งๆไปขึ้นรถ  ทั้งที่ในใจแสนจะทรมาน  คราวหน้าเถอะ  คราวหน้าผมจะรุกไอ้เชนมันให้ได้เลย   คอยดู 


 

 

งานเปิดบ้านวันสุดท้ายจบลงอย่างสวยงามด้วยจำนวนเงินมากโขที่พวกเราชาวคณะแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา    โดยเฉพาะไอ้โอริโอ้   เห็นมันทำท่าหวาดระแวงต่อสิ่งมีชีวิตรอบตัวที่ดูคล้ายเฮียสิทธิ์ก็อดสงสารมันไม่ได้    55

 

 

ส่วนไอ้น้องนกเอี้ยงก็ไม่รู้ว่ามันไปได้ข่าวล่ามาจากไหน  ทำหน้าดีใจวิ่งเข้ามาหาอย่างกับได้ตำแหน่งนางงามช้างสุรินทร์

 


“พี่นิคๆ    ตกลงว่าเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย”  

 

 

ดูมันถาม  ไอ้น้องนกเอี้ยง  แล้วนี่ไม่มีใครแปลกใจหรือตกใจกันเลยรึไง  ผู้ชายกับผู้ชายนะเว้ย   ผมล่ะปวดหัว  อุตส่าห์บังคับไอ้เชนไม่ให้บอกใครเรื่องที่ผมกับมันเป็นแฟนกันเพราะกลัวความวุ่นวายที่จะตามมาเนี่ยแหละ   หรือว่ายิ่งปิดมันก็ยิ่งวุ่นไม่รู้

 

 

“มะเหงกสิ   อย่ามาไร้สาระแถวนี้  ไปช่วยไอ้ปิ่นนู่น  ไปๆ”

 

 

พี่นิคของน้องนกเอี้ยงตะโกนตอบลงมาจากนั่งร้านสำหรับปีนขึ้นไปเก็บผ้าสีที่ใช้ประดับอาคารน้ำเสียงโหดเถื่อน   แต่ละคนแต่ละคำถามนี่สร้างสรรค์กันจริงๆ  ผมล่ะหน่าย

 

 

“ไม่ตอบ แต่โมโหกลบเกลื่อนอย่างนี้แสดงว่าต้องติงนังตังนิงกันแล้วแหงๆ” 

 

 

ตะโกนซะลั่นคณะ  แกไม่อายแต่พี่อายนะว้อยไอ้นกเอี้ยง

 

 

“ติงนังบ้านแก  ไอ้เอี้ยง  เดี๋ยวเจอซ่อม”

 

 

ตั้งท่าจะสังหารโหดน้องรหัส   แต่ก็ไม่ทัน  ไอ้น้องเอี้ยงนกรู้มันวิ่งหนีไปโน่นแล้ว  แถมยังตะโกนไปพลางวิ่งไปพลาง  ทีนี้ได้รู้กันทั้งจังหวัดแน่ว่าผมกับไอ้เชนเป็นแฟนกัน   เฮ้อ  ปวดหัว  ไมเกรนกินกบาลอีกแล้ว


 

 

กว่าพวกเราชาวคณะจะเก็บของเคลียร์พื้นที่จนเอี่ยมอ่องก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าๆ  ทีนี้เลยมีฉลองกันเล็กน้อยตามธรรมเนียมเพื่อไม่ให้เสียชื่อบรรดากูรูน้ำเมาทั้งหลาย   ยี่ห้อไหน ชนิดใด  แบบไหน แอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็น  เอ้า  ขนมาให้ครบ   โอริโอ้นั้นจิตเสื่อมถึงขั้นหนัก  มันเล่นสูตรสามเซียนคือเหล้าขาวผสมสไปรท์กับน้ำแดงใส่หลอดดูดแบบไม่ให้เสียจังหวะ  สงสารตับมันจริงๆ  แล้วสูตรนี้ก็ไม่เหมาะสำหรับคนคออ่อนนะครับ  เพราะแค่อึกแรกก็ทำเอาตาลายแล้ว  แถมตื่นมายังแฮงค์สุดๆอีก         


 

 

“เป็นอะไร นั่งเงียบเชียว”  

 

 

ผมแอบมานั่งคนเดียวเงียบๆ จนกระทั่งเสียงไอ้เชนดังขึ้นพร้อมกับกระป๋องเบียร์เย็นๆส่งมาให้   กรึ่มๆชิมเครื่องดื่มสูตรประชดชีวิตของโอริโอ้มันไปเล็กน้อยพอเป็นหัวเชื้อ   พ